จากสายซิ่ง…สู่สายสร้าง พลังบวกของเยาวชนที่เปลี่ยนได้ด้วยใจและโอกาสช่วงบ่ายวันที่ 11 พฤศจิกายน “รองช้าง” พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 พร้อมทีมงานจาก สน.มีนบุรี เดินทางเข้าสู่ย่านคลองสามวาจุดหมายไม่ใช่สถานที่เกิดเหตุ… แต่คือ “วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค” รั้วอาชีวะที่ซ่อนพลังเงียบของเยาวชนไทยรุ่นใหม่ ที่ใช้ความรักในเครื่องยนต์เป็นแรงขับเคลื่อนชีวิตการลงพื้นที่ครั้งนี้ ภายใต้การร่วมมือของ พ.ต.ท.นิมิตร เจริญบุญ สวป.สน.มีนบุรี (รรท.รอง ผกก.ป.) และ พ.ต.ต.ปรีชา คลังวัฒนพิพัฒน์ สวป.(ชส.) สน.มีนบุรี ไม่ใช่เพียงการตรวจเยี่ยมเชิงสัญลักษณ์แต่คือการ “เข้าถึง เข้าใจ และร่วมสร้าง” พื้นที่แห่งโอกาสให้กับเด็กเทคนิคที่สังคมมักมองข้ามอาชีวะมีดี… และมีฝันภายในรั้ววิทยาลัยแห่งนี้ มีทีมเยาวชนที่ชื่อว่า “MINPO RACING” (มีนโปเรสซิ่ง) พวกเขาไม่ได้ใช้เวลาไปกับการซิ่งบนถนน… แต่เปลี่ยนสนามแข่งให้กลายเป็นเวทีฝึกฝัน ฝึกใจ และฝึกฝีมือเบื้องหลังทีมนี้คือ นายสกล วาปีกะ อาจารย์ผู้มากด้วยไฟและหัวใจครู ผู้ทำหน้าที่ทั้ง “โค้ช” และ “แรงบันดาลใจ” เขาเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพ เพียงแต่ต้องมี “ที่ยืน” ให้แสดงมันออกมาภายใต้การฝึกฝนและดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กๆ ทีมมีนโปเรสซิ่ง อย่าง น้องบาส และ น้องซารีฟ ได้ก้าวขึ้นสู่เวทีใหญ่ระดับประเทศในรายการ Yamaha Moto Challengeที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ และสามารถคว้ารางวัลต่อเนื่องหลายสนาม“น้องบาส” คว้าอันดับ 5 ซีซั่น 8, แชมป์สนามไทยแลนด์ เซอร์กิต และแชมป์รุ่น Exciter ซีซั่น 10 ส่วน “น้องซารีฟ” แชมป์สนามช้างฯ เซอร์กิต และติดอันดับ 6 ของซีซั่น 10ไม่ใช่แค่ชัยชนะบนสนามแข่ง… แต่คือชัยชนะในใจ ที่เอาชนะ “แรงดึงดูดของถนน” และ “แรงชักนำของสิ่งล่อใจ”ตำรวจ–ครู–เด็ก : สามเหลี่ยมพลังสร้างสังคมใหม่“รองช้าง” พูดไว้ได้คม…“ตำรวจต้องไม่ใช่แค่ผู้จับ แต่ต้องเป็นผู้จุดประกาย เด็กดีวันนี้ คือพลังของประเทศในวันหน้า”ประโยคสั้นๆ ที่สะท้อนแนวคิดของผู้บริหารสีกากีรุ่นใหม่ ที่มองการทำงานเชิงรุกมากกว่าการสั่งการจากโต๊ะบทบาทของตำรวจยุคใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่ในเครื่องแบบและโรงพัก แต่ขยายไปสู่ห้องเรียน โรงงาน และชุมชนเหมือนภาพวันนั้นที่ “รองช้าง” เดินอยู่ท่ามกลางกลุ่มเด็กอาชีวะ ไม่ใช่ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ แต่มาในบทบาทของ “พี่ชาย” ที่มองเห็นคุณค่าของวัยรุ่นไทยจากสนามแข่ง… สู่สนามชีวิตเด็กๆ “มีนโปเรสซิ่ง” กำลังพิสูจน์ว่า พลังของวัยรุ่นไม่จำเป็นต้องถูกตีกรอบด้วยคำว่า “เกเร”แต่เมื่อได้รับการชี้นำที่ถูกทาง พวกเขากลับกลายเป็นแรงบันดาลใจของเพื่อนๆ รุ่นต่อไปจากเสียงเครื่องยนต์ที่เคยเร่งบนถนน… วันนี้กลายเป็นเสียงปรบมือบนโพเดียมจากเด็กซิ่ง… กลายเป็นนักแข่งจากผู้ถูกมองว่า “มีปัญหา” กลายเป็น “ผู้สร้างแรงบันดาลใจ”บทสรุปจากคลองสามวา ที่ “รองช้าง” และทีมตำรวจนครบาล 3 ทำในวันนั้น อาจดูเหมือนแค่ภารกิจเล็กๆ แต่ในมุมของเยาวชน มันคือ “แรงขับครั้งใหญ่” ที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้ทั้งสายตำรวจไม่ได้แค่ “รักษากฎหมาย” แต่ยัง “รักษาความฝัน” ของคนรุ่นใหม่ให้คงอยู่ในทางที่ถูกนี่แหละ… “สีกากี” ในมิติที่สังคมอยากเห็นมากที่สุด ตำรวจที่ไม่เพียงเข้มแข็งในหน้าที่ แต่ยังอบอุ่นในหัวใจ“ซิ่งให้สุด… แต่ต้องอยู่ในทางที่ถูก” คือ คำคมจาก “รองช้าง” ที่สะท้อนจิตวิญญาณของทั้งตำรวจและเยาวชนไทยในยุคใหม่ #สมชาย จรรยา เรียบเรียง












































