เมื่อ “ความเก่ง–ความกล้า” ไม่อาจค้ำประเทศ
นิติธรรม คือ เส้นตายของผู้นำยุคการเมืองปั่นป่วน
ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่าง ความเด็ดขาด กับ ความชอบธรรม ภาพของผู้นำที่ “กล้าตัดสินใจเร็ว” ถูกยกขึ้นเป็นคุณสมบัติพิเศษ ราวกับว่า วิกฤตของประเทศจะคลี่คลายได้ด้วยอำนาจที่ฉับไว
แต่คำถามที่สังคมไม่อาจหลีกเลี่ยงคือความเร็วที่ไร้หลักยึด กำลังพาประเทศไปสู่ทางออก หรือ ทางตัน
เวทีอบรม CEO CONNEXT ผู้นำการเมืองเชิงยุทธศาสตร์ (บนยศ.) รุ่นที่ 1 กลายเป็นภาพสะท้อนการเมืองร่วมสมัยอย่างแหลมคม เมื่อ ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล วางโจทย์ใหญ่ให้ผู้ฟังต้องทบทวนว่า ปัญหาของการเมืองไทยอาจไม่ได้อยู่ที่ขาดผู้นำที่เก่งหรือกล้า แต่อยู่ที่การขาดผู้นำที่ ยอมอยู่ใต้กฎหมาย
การเมืองที่ติดกับดัก “อำนาจจำเป็น”
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การเมืองไทยคุ้นชินกับวาทกรรม “ความจำเป็นของสถานการณ์” จนกลายเป็นใบอนุญาตให้ใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นการออกคำสั่งเร่งด่วน การใช้อำนาจพิเศษ หรือการตีความกฎหมายอย่างยืดหยุ่นเพื่อเอื้อผลลัพธ์ทางการเมือง
ศ.จรัญ ชี้ให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า อำนาจที่อ้างความจำเป็น แต่ไร้ฐานกฎหมาย คืออำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นอันตรายต่อระบอบในระยะยาว เพราะเปิดช่องให้ “ใครก็ตามที่ถืออำนาจ” ใช้ดุลพินิจแทนหลักการ
ในรัฐประชาธิปไตย ความจำเป็นไม่อาจอยู่เหนือกฎหมาย และความตั้งใจดี ไม่อาจทดแทนความชอบธรรมได้
ผู้นำที่กล้าจำกัดอำนาจตนเอง ยังหาได้ยาก
หนึ่งในข้อสังเกตที่ ผู้นำจำนวนไม่น้อย “กล้าใช้อำนาจ” แต่ไม่ “กล้าจำกัดอำนาจของตนเอง” การออกนโยบาย หรือคำสั่งที่ส่งผล
กระทบกว้างขวาง มักเดินนำหน้ากลไกตรวจสอบ ขณะที่ความรับผิดชอบถูกผลักไปให้ระบบราชการ หรือองค์กรอิสระรับภาระแทน
ศ.จรัญ ย้ำว่า การใช้อำนาจรัฐต้องถูกต้องครบทุกมิติ ตั้งแต่ฐานกฎหมาย เงื่อนไข ขอบเขต ขั้นตอน วิธีการ และระยะเวลา หากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง อำนาจนั้นย่อมสั่นคลอนในทางความชอบธรรม แม้จะสำเร็จในเชิงผลลัพธ์ก็ตาม
ประชานิยม กับนิติธรรม เส้นแบ่งที่เลือนราง!
การเมืองร่วมสมัยเผชิญแรงกดดันจากความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการ “ผลลัพธ์เร็ว” นโยบายจำนวนมากจึงถูกออกแบบเพื่อสร้างความพึงพอใจในระยะสั้น แต่ละเลยกรอบกฎหมาย ความยั่งยืนทางการคลัง หรือผลกระทบเชิงโครงสร้าง
บทเรียนจากเวทีนี้สะท้อนว่า ประชานิยมที่ไม่ตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม อาจซื้อเวลาได้ แต่กำลังบั่นทอนศรัทธาต่อระบบ และเมื่อศรัทธาถูกกัดกร่อน การเมืองยิ่งเปราะบาง เปิดช่องให้ความขัดแย้งปะทุซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เป็นบทสรุปที่ท้าทายอำนาจ!
สาระจากเวทีนี้ไม่ได้เพียงเสนอคุณสมบัติผู้นำ แต่กำลังตั้งคำถามกลับไปยังผู้มีอำนาจทุกระดับว่า พร้อมหรือไม่ที่จะปกครองภายใต้กฎหมาย มากกว่าการใช้กฎหมายรับรองอำนาจ
ในยุคที่การเมืองเต็มไปด้วยความผันผวน ประเทศที่ยืนหยัดได้ ไม่ใช่ประเทศที่มีผู้นำ “เก่งที่สุด” หรือ “กล้าที่สุด” หากคือประเทศที่มีผู้นำ กล้าถูกจำกัดอำนาจ กล้าถูกตรวจสอบ และกล้ารับผิดชอบต่อประชาชน
และนั่นอาจเป็นบททดสอบที่แท้จริงของผู้นำไทยในศตวรรษนี้
สมชาย จรรยา












































