กรุงเทพฯ – 3 มกราคม 2569
นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล ผู้วิเคราะห์การเมือง เจ้าของสื่อออนไลน์ และที่ปรึกษาตลาดมหาชัยเมืองใหม่ วิเคราะห์สถานการณ์การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครว่า ความเคลื่อนไหวของ พรรคกล้าธรรม ในช่วงนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการส่งผู้สมัครครบทุกเขต แต่สะท้อนการวางยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่มีนัยสำคัญต่อภาพรวมของการแข่งขันในเมืองหลวง
นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล ระบุว่า จุดที่ทำให้พรรคกล้าธรรมถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด คือบทบาทของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางในการกำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์ และภาพลักษณ์ของพรรคในการลงสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร
“หากมองเพียงผิวเผินอาจเห็นว่าเป็นการเปิดตัวผู้สมัครตามปกติ แต่ในเชิงโครงสร้างทางการเมือง จะเห็นว่าพรรคกล้าธรรมกำลังใช้บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นแกนหลักในการเชื่อมการเมืองระดับพื้นที่เข้ากับยุทธศาสตร์ระดับประเทศ”
— นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล กล่าว

พรรคกล้าธรรมได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร ครบทั้ง 33 เขต ภายใต้แนวคิด “ทำมากกว่าพูด” โดยนโยบายที่นำเสนอครอบคลุมตั้งแต่การแก้ปัญหาหนี้สินประชาชน การดูแลกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเมือง ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้างฐานการเมืองจากปัญหาจริง มากกว่าการสื่อสารเชิงกระแส
นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า สิ่งที่แตกต่างจากหลายพรรค คือการที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ได้มีบทบาทเพียงเชิงสัญลักษณ์ แต่เข้ามามีส่วนกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน
“นี่เป็นลักษณะของการเมืองเชิงรุก ที่ใช้ทั้งโครงสร้างพรรคและบุคคลนำทางไปพร้อมกัน ซึ่งย่อมทำให้สนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ เข้มข้นกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้”
อย่างไรก็ตาม นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล ย้ำว่า ผลการเลือกตั้งสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประชาชนในแต่ละเขต ซึ่งจะตัดสินจากนโยบาย ตัวผู้สมัคร และความน่าเชื่อถือของพรรคการเมืองอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ถูกจับตามองว่าอาจเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันที่สะท้อนทิศทางการเมืองระดับประเทศในระยะต่อไป














































