วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานปลัดกระทรวง (อว.) ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการขับเคลื่อนการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับอุดมศึกษา ปี 2569” (AI-Driven Higher Education Platform) เพื่อมุ่งต่อยอดความสำเร็จด้านความตระหนักรู้ สู่การ “ขับเคลื่อนการใช้งานจริง” ทั่วประเทศ
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า กระทรวง (อว.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้าน AI ทั้งในการผลิตกำลังคน การวิจัย และการประยุกต์ใช้อย่างมีจริยธรรม โดยได้ออก แนวปฏิบัติกับการจัดการเรียนการสอนด้านปัญญาประดิษฐ์ฯ พ.ศ.2568 เป็นกรอบสำคัญ โดยเป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ผู้เรียนใช้ AI เป็น แต่ต้องการให้ ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน มีความรับผิดชอบ คิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้ประเทศ
“ในปีนี้ กระทรวง (อว.) คาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ตั้งแต่การจัดการเรียนสอน การพัฒนาหลักสูตร ไปจนถึงการบริหารข้อมูล ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 20 มหาวิทยาลัยนำร่อง ที่จะเข้ามาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและสร้างต้นแบบระดับประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคง” ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัยฯ กล่าว
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงที่มาและความสำคัญ ว่า Generative AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของภาคการศึกษาอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เน้นการเข้าถึงข้อมูล ไปสู่การเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) เนคเทค (สวทช.) โดยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มกลางด้านการศึกษาชื่อว่า ‘ABDUL Uni Platform’ ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือทรงพลังให้กับมหาวิทยาลัยไทย
“แพลตฟอร์ม ABDUL Uni เป็นแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่พัฒนาโดยทีมวิจัยเนคเทค (สวทช.) ซึ่งจะช่วยให้อาจารย์ผู้สอนสามารถออกแบบ “AI Tutor” ที่จำเพาะเจาะจงตอบโจทย์ตามรายวิชา สามารถดูแลและติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมถึงจัดการห้องเรียนแบบครบวงจร ตั้งแต่มอบหมายงาน ตรวจประเมินผล ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงานของอาจารย์แล้ว ยังสร้างประสบการณ์เรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ (Active Learning) โดยให้ AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคิด ไม่ใช่เครื่องมือที่คิดแทนผู้เรียน”
ผู้อำนวยการเนคเทค (สวทช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้โครงการในปี 2569 นี้ เป็นการต่อยอดแบบก้าวกระโดดจากโครงการสร้างความตระหนักรู้ในปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งผลลัพธ์เดิมพิสูจน์แล้วว่า อาจารย์ในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ บริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือครุศาสตร์ ต่างสามารถประยุกต์ใช้ AI ในการสอนได้จริง ไม่จำกัดเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่มหาวิทยาลัยไทยจะขยายผลไปสู่การใช้งานจริงในระบบการเรียนการสอนอย่างมีธรรมาภิบาล ผ่านการสนับสนุนโควต้าการใช้งาน AI จากสำนักงานปลัดกระทรวง (อว.) ตลอดจนการสร้างทีมเทคนิคประจำสถาบัน โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากผู้บริหารของทั้ง 20 มหาวิทยาลัยนำร่อง จะเป็นพลังสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า AI สามารถยกระดับอุดมศึกษาไทยสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืน
ภายในงานมีการนำเสนอแผนการดำเนินงานของโครงการ และชี้แจงเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ โดย ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (หัวหน้าโครงการ) และการแนะนำและทำความรู้จักกับแพลตฟอร์ม ABDUL Uni Platform โดย นายชัชวาล สังคีตตระการ และทีมนักวิจัย กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
ทั้งนี้โครงการดังกล่าว กระทรวง (อว.) และ เนคเทค (สวทช.) คาดหวังให้เกิดการปฏิรูประบบนิเวศการศึกษาไทยที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล โดยผลลัพธ์จาก 20 มหาวิทยาลัยนำร่องในครั้งนี้จะถูกนำมาใช้เป็นพิมพ์เขียว และโมเดลต้นแบบในการกระจายองค์ความรู้ รวมถึงขยายผลการใช้งานแพลตฟอร์ม ABDUL Uni ไปสู่สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป




















































