การเลื่อนประชุม ก.ตร. รอบล่าสุด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อน สมรภูมิอำนาจและสายสัมพันธ์ในองค์กรตำรวจ หลังมี นายพล 4 นาย ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธาน ก.ตร. ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง ได้แก่
•พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร.
•พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.
•พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด.
•พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.
การกล้าออกมาเรียกร้องความยุติธรรมครั้งนี้ สะท้อน ความเข้มแข็งของบุคลิกและจิตสำนึกยุติธรรม แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากเกมอำนาจ
การแต่งตั้งระดับสูงในสำนักตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเอกสารอย่างเดียว
- สายสัมพันธ์และบารมี มีผลต่อโอกาสผ่านการตรวจสอบและรับความเห็นชอบ
- ความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง ระหว่างกลุ่มอำนาจไม่สามารถแก้ไขได้เพียงการประชุม
- ความกล้าหาญของผู้ยืนหยัด ปกป้องสิทธิและความยุติธรรม
ผลงานชัดเจนสร้างความน่าเชื่อถือ
สิ่งที่ทำให้การยืนหยัดของ พล.ต.ต.นพศิลป์ และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มีน้ำหนัก คือ ผลงานที่จับต้องได้และเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม
พล.ต.ต.นพศิลป์ สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้ประชาชนด้วยภาพลักษณ์ของตำรวจมืออาชีพ รับผิดชอบงานสืบสวนปราบปรามพิชิตคดีสำคัญมาตลอดการรับราชการ สนองงานตามนโยบายได้อย่างชัดเจน
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ผลงานขจัดขบวนการทุจริตและสร้างความโปร่งใสในสังคม สร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรตำรวจเข้มแข็งและน่าเชื่อถือ
ผลงานเหล่านี้ทำให้ การยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการปกป้องภาพลักษณ์องค์กรและวัฒนธรรมธรรมาภิบาล
ดังนั้น หลักธรรมาภิบาลในการแต่งตั้ง คือหัวใจ:
- การแต่งตั้งต้อง เป็นธรรม เน้นความสามารถ ผลงาน และคุณสมบัติจริง
- ผู้ทำงานต้องมี พื้นที่ยืน ไม่ถูกลดทอนสิทธิ์หรือถูกอำนาจบีบ
- การยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมและคุณภาพงานคือ สัญญาณของวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส
การเลื่อนประชุม ก.ตร. ไม่ใช่แค่ความล่าช้า แต่เป็น สัญลักษณ์เตือนถึงความจำเป็นในการสร้างระบบธรรมาภิบาลเข้มแข็ง เพื่อให้คนทำงานจริงมีพื้นที่ยืน และองค์กรตำรวจเดินหน้าด้วยความถูกต้องและสง่างาม!










































